มอนเตฯไม่ใช่ผู้ร้ายฝ่ายเดียว ซาวิชจวกเฮนเดอร์สันดูหมิ่นทีมตน

มอนเตฯไม่ใช่ผู้ร้ายฝ่ายเดียว ซาวิชจวกเฮนเดอร์สันดูหมิ่นทีมตน

สเตฟาน ซาวิช ปราการหลังทีมชาติมอนเตเนโกร ออกโรงเฉ่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษที่ได้าดูหมิ่นทีมของตน จากการพูดประชดกับแข้งคนหนึ่งของ มอนเตเนโกร ว่าเดี๋ยวจะให้ชุดแข่งของเขา จนสื่อได้ให้เห็นว่า เฮนเดอร์สัน เหมือนจะมองว่า มอนเตเนโกร เป็นชาติเล็กๆที่ พร้อมลั่น ตนขอแพ้แบบเละเทะให้กับทีมนี้ ดีกว่าไปชนะกับทีมที่มีเพื่อนร่วมทีมนิสัยหยิ่งยโส บ้านผลบอล

    สเตฟาน ซาวิช กองหลังทีมชาติมอนเตเนโกร ได้ตำหนิ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางทีมชาติอังกฤษ ที่ได้แสดงพฤติกรรมเชิงดูหมิ่นทีมของตน ในเกม ยูโร 2020 ในรอบคัดเลือก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ นัดที่ อังกฤษ ได้บุกไปเอาชนะอีกฝ่าย 5-1 เมื่อวันจันทร์ที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา

    สิ่งที่ต้องเป็นประเด็นร้อนในนัดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของการแข่งขัน แต่เป็นเรื่องของการที่แฟนบอล มอนเตเนโกร ได้ส่งเสียงและได้ทำท่าทางเหยียดผิวใส่นักเตะของทีมเยือนอยู่หลายครั้ง โดยฝั่ง อังกฤษ ได้แสดงความไม่พอใจอย่างมาก กับเรื่องนี้ ในขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ก็ได้เปิดฉากสอบสวนถึงเรื่องนี้แล้ว

    เหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นทำให้ มอนเตเนโกร กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของหลายคน แต่อย่างไรก็ตาม ซาวิช ได้เผยว่าที่จริงฝั่งทาง อังกฤษ ก็ได้ทำเรื่องแย่ๆ ไม่แพ้กัน นั่นคือการที่ เฮนเดอร์สัน ได้ดูหมิ่นทีมของตน โดยที่ ซาวิช ได้ถึงขั้นที่บอกว่าตนได้ขอเล่นให้กับ มอนเตเนโกร ดีกว่าจะยอมไปเป็นเพื่อนร่วมทีมกับนักเตะที่นิสัยแย่อีกด้วย

        ดาวเตะจาก แอตเลติโก มาดริด ได้เผยว่า “เราทุกคนต่างก็รู้ดีว่าพวกเขาเป็นทีมที่ใหญ่กว่าเรา แต่บางครั้งผมก็รู้สึกแย่ที่ต้องมาเล่นกีฬาเดียวกับนักเตะบางคน ยกตัวอย่างเช่น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่พูดแบบประชดประชันกับนักเตะคนหนึ่งของเราว่าเดี๋ยวจะให้ชุดแข่งของเขาหลังจบเกม หลังจากที่เกิดจังหวะปะทะกันแบบธรรมดาๆ (ซาวิช สื่อว่า เฮนเดอร์สัน ต้องการประชดว่า อังกฤษ เป็นทีมที่ใหญ่กว่าจนถึงขนาดที่ชุดแข่งของพวกเขาจะเป็นสิ่งที่ล้ำค่าของนักเตะ มอนเตเนโกร)”

        “มันเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ และไม่ให้ความเคารพกันเลย ผมบอกเขา (เฮนเดอร์สัน) ไปว่าที่จริงเขาเป็นคนที่ดีเกินกว่าจะมาทำอะไรแบบนี้ เราภูมิใจกับการเล่นให้ประเทศของเรา ผมยอมที่จะเล่นให้ทีมนี้ และเสีย 5 ประตู ดีกว่าไปเล่นร่วมกับนักเตะที่หยิ่งยโสบางคนของ อังกฤษ”